ข้อมูลพื้นฐาน
ตราสัญลักษณ์
ประวัติความเป็นมา
ข้อมูลทั่วไป
โครงสร้างหน่วยงาน
อำนาจและหน้าที่ของเทศบาล
คณะผู้บริหาร
เจตจำนงสุจริตของผู้บริหาร
คณะผู้บริหาร
สมาชิกสภาเทศบาล
ปลัดเทศบาล
หน่วยงาน
สำนักปลัดเทศบาล
กองคลัง
กองช่าง
กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
กองการศึกษา
สถานธนานุบาล
ศูนย์บริการสารสนเทศ
นโยบายและแผน
นโยบายและแผน
เทศบัญญัติฯ
เเผนพัฒนาเทศบาล
เเผนการดำเนินงาน
รายงานติดตามและประเมินผลฯ
รายงานการประเมินผลการควบคุมภายใน
แผนการจัดซื้อจัดจ้าง
แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔
แนวปฏิบัติการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริต
แผนอัตรากำลัง ๓ ปี
(พ.ศ. ๒๕๕๕ - ๒๕๕๗)
(พ.ศ. ๒๕๕๘ - ๒๕๖๐)
(พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๖๓)
ยุทธศาสตร์การพัฒนาฯ
(พ.ศ. ๒๕๔๙ - ๒๕๕๓)
รายงาน
รายงานการเงิน
รายงานการจัดซื้อจัดจ้าง
การจัดเก็บและจัดหารายได้
สถิติรายได้ของเทศบาล
งานทะเบียนราษฎร
งานทะเบียนพาณิชย์
การประชุมสภาเทศบาลฯ
วาระยามเช้า
วารสาร/รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี
รายงานผลการดำเนินการป้องกันการทุจริต
ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
ระเบียบ พรบ. กฏหมายที่เกี่ยวข้อง
มาตรฐานการปฏิบัติงาน
ศุนย์ข้อมูลข่าวสาร
ประกาศเทศบาลฯ
คำสั่งเทศบาลฯ
ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้ง
คลังข้อมูล
มุม KM
แบบฟอร์มต่างๆบริหารงานบุคคล
ร้องเรียนงานบุคคล
 
หน้าแรก ข่าวสารกิจกรรม กระดานข่าว/ร้องทุกข์ สถานที่ท่องเที่ยว สินค้าท้องถิ่น ติดต่อเรา

รหัส  D005
ชื่อสินค้า  วัดศรีโพธาราม
รายละเอียด  ปีพ.ศ. ที่สร้าง/ อายุ: สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๒๐๒ มีอายุ ๓๑๖ ปี (๒๕๕๔)
ที่ตั้ง: ตั้งอยู่เลขที่ ๙๒ หมู่ที่ ๕ ตำบลยางเนิ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ๕๐๑๔๐ มีเนื้อที่รวมทั้งโรงเรียน ๖ ไร่
๓ งาน ๘๐ วา
สถานะของวัด: สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๗
เจ้าอาวาสปัจจุบัน: พระครูถาวรวีรธรรม องค์ปัจจุบัน ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๔
ศรัทธาวัด: หมู่ที่ ๔, ๕ และ ๖ ตำบลยางเนิ้ง ประมาณ ๓๐๐ ครัวเรือน


ประวัติศาสตร์: ประวัติความเป็นมาของวัด
วัดศรีโพธารามเดิมชื่อวัดสังก๋า และวัดศรีก่อเก๊า ประมาณปี พ.ศ. ๒๒๐๒ ได้มีพระภิกษุนามว่าพระภิกษุอินจันทร์ จากวัดพญาชมพู ตำบลชมพู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เดินธุดงค์และได้ปักกลด ณ บริเวณนี้ ท่านได้เกิดนิมิตเห็นแสงสว่างเจิดจร้าสุกใสโชติช่วงสีเขียวเป็นประกาย จากลูกแก้วดวงหนึ่งขนาดเท่าลูกส้มโอ ลอยวนเวียนอยู่ทางทิศตะวันตก พอท่านออกจากนิมิตนั้นแล้วได้เดินไปยังที่ที่เห็นแสงสว่างนั้น ก็เห็นวิหารที่มีสภาพชำรุดมีซากปรักหักพังเกลื่อนกลาดทั่วบริเวณ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าสถานที่นี้เป็นวัดที่เคยรุ่งเรืองมาก่อน ห่างออกไปทางทิศตะวันตกของเจดีย์ประมาณ ๒๐ เมตร มีต้นโพธิ์ต้นใหญ่อยู่ พระอินจันทร์และญาติโยมจึงช่วยกันบูรณปฏิสังขรณ์จนสำเร็จเรียบร้อย ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันอาราธนานิมนต์พระอินจันทร์มาจำวัดอยู่ที่วัดนี้ และได้เป็นเจ้าอาวาสในเวลาต่อมา จึงได้ตั้งชื่อวัดว่า “วัดสังก๋า” โดยตั้งชื่อตามนิมิตเจดีย์สององค์ ด้านหน้าและหลังวิหาร ในเวลาต่อมาก็มีญาติโยมที่อื่นเข้ามาที่อยู่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นหมู่บ้าน ในเวลาต่อมาจึงได้เปลี่ยนชื่อวัดเป็น “วัดศรีก่อเก๊า” โดยถือเอาต้นโพธิ์ใหญ่เป็นมงคลนาม แต่ชื่อวัดที่ตั้งขึ้นใหม่นี้ชาวบ้านไม่นิยมเรียกจนเลือนหายไปโดยปริยาย ในปี พ.ศ. ๒๔๘๐ สมัยหลวงพ่อพระครูอนุสรณ์ศีลขันธ์เป็นเจ้าอาวาส ได้มีพระเถระผู้ใหญ่จากกรุงเทพฯ พร้อมด้วยคณะ ได้แก่ พระธรรมโกศาจารย์ เจ้าคณะมณฑลภาคพายัพ ได้มาตรวจการคณะสงฆ์และพักแรมที่วัดนี้ เห็นชื่อวัดแล้วคิดว่าไม่เหมาะสมเป็นชื่อพื้นบ้านเกินไป ท่านนำให้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “วัดศรีโพธาราม” โดยพระครูปริยัติยานุรักษ์ วัดเกตุการาม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้ตั้งชื่อให้
   
 
     

 


Copyright 2005-2018 โดย เทศบาลตำบลยางเนิ้ง - www.theyang.go.th
สำนักงานเทศบาลตำบลยางเนิ้ง ถนนเชียงใหม่-ลำพูน จ.เชียงใหม่ 50140
เว็บไซต์ออกแบบและพัฒนาโดย www.click2solutions.com